


เมื่อ ก.ไก่ พันธุ์หลังปัลลวะ ได้แพร่พันธุ์และตั้งรกรากตามภูมิภาคของประเทศไทยในอดีตได้นานพอสมควร ก.ไก่ หลังปัลลวะของแต่ละภูมิภาคก็ได้วิวัฒนาการไปตามถิ่นที่อยู่ผสมกลมกลืนเข้ากับสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ จนเกิดการแตกสายพันธุ์ของ ก.ไก่ หลังปัลลวะ ออกไปเป็นสามสายพันธุ์ใหญ่ ๆ และอาศัยอยู่ในสามอาณาจักรที่มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณบางส่วนของประเทศไทย ได้แก่

เป็น ก.ไก่ ที่วิวัฒนาการไปจาก ก.ไก่
หลังปัลลวะ และได้แพร่กระจายอาศัยอยู่ใน
มลายู เกาะชวา เกาะสุมาตรา และบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย
ในประเทศไทย พบจารึกอักษรกวิที่มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 โดยจารึกที่มีตัว ก.ไก่ สายพันธุ์กวิ มีอยู่เพียง 3 หลักเท่านั้น ได้แก่
ภาษาเขมรโบราณ พ.ศ. 1776
ภาษาสันสกฤต พ.ศ. 1774 และ
ภาษาบาลี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 จารึกทั้งสามหลักพบที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี


“มอญ” เป็นชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยยิ่งใหญ่มากในอดีต ถึงแม้ปัจจุบันนี้ไม่มี “ประเทศมอญ” แต่ชาวมอญก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมของตนเองอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการธำรงภาษามอญ เราพบจารึกที่ใช้ภาษามอญโบราณหลายชิ้น ทั้งบริเวณภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคอีสาน ซึ่งอยู่ในช่วงยุคของอาณาจักรทวารวดีตั้งแต่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-16 แต่ในยุคนั้นยังจารึกด้วยอักษรปัลลวะ และหลังปัลลวะ จารึกที่ใช้อักษรปัลลวะเขียนภาษามอญโบราณ เช่น
และ
เป็นต้น
ส่วนจารึกที่ใช้อักษรหลังปัลลวะเขียนภาษามอญโบราณ เช่น
และ
เป็นต้น
ต่อมา กลุ่มชาติพันธุ์มอญที่เคยอาศัยอยู่ในอาณาจักรทวารวดี ได้อพยพเดินทางขึ้นเหนือไปตั้งรกรากก่อตั้งอาณาจักรแห่งใหม่ขึ้นในเขตจังหวัดลำพูนปัจจุบัน ซึ่งมีชื่อว่า


ในตำนานตั้งเมืองนั้น กล่าวว่า อาณาจักรแห่งนี้ได้รับ
การสถาปนาโดย
ก.ไก่ หลังปัลลวะของกลุ่มชาติพันธุ์มอญในอาณาจักรหริภุญชัย มีวิวัฒนาการด้านรูปลักษณ์อักษรแปรแปลี่ยนไปตามสังคมวัฒนธรรมของคนมอญ จนเกิดเป็นลักษณะเฉพาะตัวของ
อาณาจักรนี้ ซึ่งเรียกว่า

ก.ไก่ มอญโบราณพบอยู่ใน
ซึ่งพบในบริเวณจังหวัดลำพูน อาณาจักรหริภุญชัยตั้งอยู่สืบมาจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 19
ผู้ก่อตั้งอาณาจักรล้านนาได้เข้ายึดครอง
อาณาจักรหริภุญชัยจากพระยายีบา กษัตริย์องค์สุดท้ายของชาวมอญ จากนั้นอาณาจักรหริภุญชัยก็ได้สิ้นสุดลง
และผนวกเข้ากับ
ในเวลาต่อมา
ในช่วงที่อาณาจักรล้านนารุ่งเรืองและได้กลืนเอาอาณาจักรหริภุญชัยของชาวมอญเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้น อาณาจักรล้านนาได้รับเอา ก.ไก่ สายพันธุ์มอญโบราณไปใช้จึงทำให้ ก.ไก่ สายพันธุ์มอญโบราณวิวัฒนาการเปลี่ยนรูปพรรณสัณฐานไปอีกครั้ง โดยมีพัฒนาการ
ทางรูปแบบของตนเองเกิดเป็น

เป็นผู้หญิงแต่ได้เป็นกษัตริย์องค์แรก เก่งจังเลยนะฮะ




ที่ใช้กันอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20-24 และแพร่หลายไปทั่วอาณาจักรล้านนา ในอดีตนั้น อาณาจักรล้านนามีอาณาเขตปกครองอยู่บริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ขึ้นไปถึงเมืองเชียงตุงรัฐฉานของประเทศเมียนมา และเมืองเชียงรุ้งแคว้นสิบสองปันนาของประเทศจีน ดังนั้น อิทธิพลทางการเมืองการปกครองของอาณาจักรล้านนา ส่งผลให้เกิดการ
หยิบยืมตัวอักษรไปแพร่พันธุ์เป็นตัว

และตัว

ในสิบสองปันนา ปัจจุบัน อักษร
ทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ ก็ยังคงอยู่คู่กับกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนและไทลื้อ
ไม่เพียงเท่านั้น ก.ไก่ ธรรมล้านนา ยังได้เดินทางไปอยู่ในภาคอีสาน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเขตปกครองของ
และมีวิวัฒนาการรูปลักษณ์กลายเป็น

อักษรธรรมอีสานนี้ เป็นที่นิยมใช้กัน
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22-24 นอกจากนี้
ยังน่าจะเป็นต้นแบบให้กับ

ซึ่งเป็นชุดอักษร
ของประเทศเพื่อนบ้านเราอีกด้วย
ก.ไก่ สายพันธุ์นี้มีความสำคัญเพราะเป็นที่มาของ ก.ไก่ ไทยปัจจุบัน แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องผ่านกาลเวลาเปลี่ยนแปลงรูปร่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงจะกลายมาเป็นรูป ก.ไก่ ไทยปัจจุบัน ก่อนหน้านั้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-19 ได้เกิดอาณาจักรชื่อว่า
ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่บริเวณประเทศกัมพูชา
มีหลักฐานว่า ในช่วงที่
เป็นกษัตริย์ของอาณาจักร พระองค์ทรงขยายอำนาจการปกครองดินแดนเข้ามาในประเทศไทยบางส่วน นั่นคือในเขตภาคอีสานตอนล่าง ครอบคลุมไปถึงดินแดนในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณจังหวัดลพบุรี
ในขณะนั้นเอง อารยธรรมของขอมสมัยพระนครได้บ่มเพาะ ก.ไก่ หลังปัลลวะ จนเกิดวิวัฒนาการแตกสายพันธุ์ออกมาเป็น

ถึงแม้จะก่อให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ แต่
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-17 รูปร่างลักษณะของ ก.ไก่ สายพันธุ์ของโบราณ ก็ยังใกล้เคียงกับ ก.ไก่ หลังปัลลวะ ต้องรอจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ที่ ก.ไก่ ขอมโบราณ จึงได้เปลี่ยนแปลงรูปร่างให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของตัวเอง
ต่อมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 เมื่อกลุ่มชาติพันธุ์ไท ได้สถาปนา
ขึ้นมามีอำนาจเหนือ
ที่ค่อยๆ เสื่อมอำนาจลง แต่อารยธรรมและวัฒนธรรมก็ยังคงตกค้างอยู่ในดินแดนอาณาจักรสุโขทัย โดยเฉพาะอักษรขอมโบราณที่ผู้คนในอาณาจักรสุโขทัยยังนิยมใช้จารึกเรื่องราวในกลุ่มของตนเอง ในตอนแรกนั้น มีการใช้อักษรขอมโบราณเพื่อเขียนภาษาบาลี นั่นก็เพราะอักษรขอมมีอักขรวิธีที่เอื้อต่อการเขียนภาษาบาลี ต่อมาในยุคหลัง จึงมีการปรับใช้ให้อักษรขอมโบราณสามารถใช้เขียนภาษาไทยได้ด้วย เหตุนี้เอง ก.ไก่ ขอมโบราณ จึงเกิดวิวัฒนาการขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อได้มาอยู่ในสังคมวัฒนธรรมของชาวสุโขทัย กลายเป็นเอกลักษณ์
อาณาจักขอมยุคเมืองพระนคร มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองยโศธรปุระหรือเมืองพระนคร เจริญรุ่งเรืองมากในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-20 แผ่ขยายอำนาจไปที่ราบลุ่มเขมรมาจนถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา



เฉพาะตัวที่เรียกว่า

จนกระทั่งถึงช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 19
ได้ถือกำเนิดขึ้นในดินแดนบริเวณลุ่มแม่น้ำ
เจ้าพระยาตอนล่าง และได้รับเอา ก.ไก่ ขอมสุโขทัย ไปเลี้ยงดูฟูมฟักจนกลายเป็น

จากหลักฐานประเภทจารึกสมัยอยุธยาที่พบ
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า วัสดุที่นำมาทำจารึกในสมัยอยุธยานั้น ได้เปลี่ยนจากหินที่มีลักษณะแข็ง หนา และหนัก มาเป็นแผ่นโลหะบางเบา เช่น แผ่นเงิน แผ่นทอง หรือ แผ่นดีบุก ดังนั้นรูปร่างของอักษรขอมอยุธยาจึงแตกต่างไปจากอักษรขอมสุโขทัย ด้วยวัสดุที่ถูกเขียนเปลี่ยนไป
มีการใช้อักษรขอมอยุธยาเขียนภาษาบาลีต่อกันมาเรื่อยๆ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และแล้ว ก.ไก่ ขอมอยุธยา ก็ได้เดินทางมาจนถึง
วิวัฒนาการครั้งสุดท้ายกลายเป็น

ที่ใช้กันอยู่ถึงช่วงรัชกาลที่ 5 เมื่อมีระบบพิมพ์เข้ามา ประกอบกับความพยายามที่จะใช้อักษรไทยเขียนภาษาบาลีแทนอักษรขอมไทย จึงทำให้อักษรขอมไทยค่อยๆ เลือนหายไปจากงานวรรณกรรมไทย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคนบางกลุ่มที่ยังเรียนและใช้อักษรขอมไทยนี้อยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในวงพระสงฆ์ และผู้ที่สนใจศึกษาพระไตรปิฎกภาษาบาลี รวมไปถึงผู้ศึกษาเกี่ยวกับการเขียนยันต์และคาถาต่าง ๆ

ดอกรัก พยัคศรี
ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล
ธันวดี สุขประเสริฐ
นิสา เชยกลิ่น
ปณิตา สระวาสี
ยุวดี ศรีห้วยยอด
ออกแบบและจัดทำเว็บไซต์
บริษัท โรนินโปรดักชั่น จำกัด

