Slide 1
Image is not available
Image is not available

เมื่อ ก.ไก่ พันธุ์หลังปัลลวะ ได้แพร่พันธุ์และตั้งรกรากตามภูมิภาคของประเทศไทยในอดีตได้นานพอสมควร ก.ไก่ หลังปัลลวะของแต่ละภูมิภาคก็ได้วิวัฒนาการไปตามถิ่นที่อยู่ผสมกลมกลืนเข้ากับสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ จนเกิดการแตกสายพันธุ์ของ ก.ไก่ หลังปัลลวะ ออกไปเป็นสามสายพันธุ์ใหญ่ ๆ และอาศัยอยู่ในสามอาณาจักรที่มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณบางส่วนของประเทศไทย ได้แก่

  1. สายพันธุ์กวิ อาณาจักรศรีวิชัย
  2. สายพันธุ์มอญโบราณ อาณาจักรหริภุญชัย
  3. สายพันธุ์ขอมโบราณ อาณาจักรขอมพระนคร
Collections

สายพันธุ์
“กวิ”

ก.ไก่ สายพันธุ์กวิ

เป็น ก.ไก่ ที่วิวัฒนาการไปจาก ก.ไก่

หลังปัลลวะ และได้แพร่กระจายอาศัยอยู่ใน

มีอาณาเขตครอบคลุมไปถึง

มลายู เกาะชวา เกาะสุมาตรา และบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย

ในประเทศไทย พบจารึกอักษรกวิที่มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 โดยจารึกที่มีตัว ก.ไก่ สายพันธุ์กวิ มีอยู่เพียง 3 หลักเท่านั้น ได้แก่

จารึกบนฐานพระพุทธรูปวัดหัวเวียง

ภาษาเขมรโบราณ พ.ศ. 1776

จารึกวัดหัวเวียงเมืองไชยา 1

ภาษาสันสกฤต พ.ศ. 1774 และ

จารึกวัดหัวเวียงเมืองไชยา 2

ภาษาบาลี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 จารึกทั้งสามหลักพบที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พระพุทธรูปนาคปรกสำริด สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงได้มาจากวิหารวัดหัวเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จารึกวัดหัวเวียงเมืองไชยา 1
จารึกวัดหัวเวียงเมืองไชยา 2

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ จารึกบนฐานพระพุทธรูปวัดหัวเวียง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ จารึกวัดหัวเวียงเมืองไชยา 1

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ จารึกวัดหัวเวียงเมืองไชยา 2

Collections
สายพันธุ์
“มอญโบราณ”

“มอญ” เป็นชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยยิ่งใหญ่มากในอดีต ถึงแม้ปัจจุบันนี้ไม่มี “ประเทศมอญ” แต่ชาวมอญก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมของตนเองอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการธำรงภาษามอญ เราพบจารึกที่ใช้ภาษามอญโบราณหลายชิ้น ทั้งบริเวณภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคอีสาน ซึ่งอยู่ในช่วงยุคของอาณาจักรทวารวดีตั้งแต่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-16 แต่ในยุคนั้นยังจารึกด้วยอักษรปัลลวะ และหลังปัลลวะ จารึกที่ใช้อักษรปัลลวะเขียนภาษามอญโบราณ เช่น

จารึกวัดโพธิ์ร้าง จังหวัดนครปฐม
จารึกวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช
จารึกฐานพระพุทธรูปยืนวัดข่อย จังหวัดลพบุรี
จารึกถ้ำพระนารายณ์ จังหวัดสระบุรี

และ

จารึกเมืองบึงคอกช้าง จังหวัดอุทัยธานี

เป็นต้น

ส่วนจารึกที่ใช้อักษรหลังปัลลวะเขียนภาษามอญโบราณ เช่น

จารึกเสาแปดเหลี่ยม จังหวัดลพบุรี
จารึกใบเสมาวัดโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น
จารึกวัดโพธิ์ชัยเสมาราม จังหวัดกาฬสินธุ์

และ

จารึกสถูปดินเผาเมืองทัพชุมพล จังหวัดนครสวรรค์

เป็นต้น

ต่อมา กลุ่มชาติพันธุ์มอญที่เคยอาศัยอยู่ในอาณาจักรทวารวดี ได้อพยพเดินทางขึ้นเหนือไปตั้งรกรากก่อตั้งอาณาจักรแห่งใหม่ขึ้นในเขตจังหวัดลำพูนปัจจุบัน ซึ่งมีชื่อว่า

จารึกวัดโพธิ์ร้าง จังหวัดนครปฐม

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ จารึกวัดโพธิ์ร้าง จังหวัดนครปฐม

จารึกวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ จารึกวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช

จารึกฐานพระพุทธรูปยืนวัดข่อย จังหวัดลพบุรี
จารึกถ้ำนารายณ์ จังหวัดสระบุรี

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ จารึกถ้ำนารายณ์ จังหวัดสระบุรี

จารึกเสาแปดเหลี่ยม จังหวัดลพบุรี

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ จารึกเสาแปดเหลี่ยม จังหวัดลพบุรี

จารึกใบเสมาวัดโนนศิลา 1 จังหวัดขอนแก่น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ จารึกใบเสมาวัดโนนศิลา 1 จังหวัดขอนแก่น

จารึกวัดโพธิ์ชัยเสมาราม จังหวัดกาฬสินธุ์
จารึกสถูปดินเผาเมืองทัพชุมพล จังหวัดนครสวรรค์
Collections
“อาณาจักรหริภุญชัย”

ในตำนานตั้งเมืองนั้น กล่าวว่า อาณาจักรแห่งนี้ได้รับ

การสถาปนาโดย

พระนางจามเทวี

ก.ไก่ หลังปัลลวะของกลุ่มชาติพันธุ์มอญในอาณาจักรหริภุญชัย มีวิวัฒนาการด้านรูปลักษณ์อักษรแปรแปลี่ยนไปตามสังคมวัฒนธรรมของคนมอญ จนเกิดเป็นลักษณะเฉพาะตัวของ

อาณาจักรนี้ ซึ่งเรียกว่า

ก.ไก่ สายพันธุ์มอญโบราณ

ก.ไก่ มอญโบราณพบอยู่ใน

กลุ่มจารึกอักษรมอญโบราณ พุทธศตวรรษที่ 17

ซึ่งพบในบริเวณจังหวัดลำพูน อาณาจักรหริภุญชัยตั้งอยู่สืบมาจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 19

พระยามังราย

ผู้ก่อตั้งอาณาจักรล้านนาได้เข้ายึดครอง

อาณาจักรหริภุญชัยจากพระยายีบา กษัตริย์องค์สุดท้ายของชาวมอญ จากนั้นอาณาจักรหริภุญชัยก็ได้สิ้นสุดลง

และผนวกเข้ากับ

อาณาจักรล้านนา

ในเวลาต่อมา

ในช่วงที่อาณาจักรล้านนารุ่งเรืองและได้กลืนเอาอาณาจักรหริภุญชัยของชาวมอญเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้น อาณาจักรล้านนาได้รับเอา ก.ไก่ สายพันธุ์มอญโบราณไปใช้จึงทำให้ ก.ไก่ สายพันธุ์มอญโบราณวิวัฒนาการเปลี่ยนรูปพรรณสัณฐานไปอีกครั้ง โดยมีพัฒนาการ

ทางรูปแบบของตนเองเกิดเป็น

ก.ไก่ ธรรมล้านนา

อาณาจักรหริภุญชัยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหริภุญชัย ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดลำพูน เจริญรุ่งเรืองอยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ครับ

อาณาจักรหริภุญชัย

เป็นผู้หญิงแต่ได้เป็นกษัตริย์องค์แรก เก่งจังเลยนะฮะ

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวีที่จังหวัดลำพูน
(ที่มาภาพ https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8...)
Collections

ที่ใช้กันอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20-24 และแพร่หลายไปทั่วอาณาจักรล้านนา ในอดีตนั้น อาณาจักรล้านนามีอาณาเขตปกครองอยู่บริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ขึ้นไปถึงเมืองเชียงตุงรัฐฉานของประเทศเมียนมา และเมืองเชียงรุ้งแคว้นสิบสองปันนาของประเทศจีน ดังนั้น อิทธิพลทางการเมืองการปกครองของอาณาจักรล้านนา ส่งผลให้เกิดการ

หยิบยืมตัวอักษรไปแพร่พันธุ์เป็นตัว

ก.ไก่ ไทขึน

และตัว

ก.ไก่ ไทลื้อ

ในสิบสองปันนา ปัจจุบัน อักษร

ทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ ก็ยังคงอยู่คู่กับกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนและไทลื้อ

ไม่เพียงเท่านั้น ก.ไก่ ธรรมล้านนา ยังได้เดินทางไปอยู่ในภาคอีสาน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเขตปกครองของ

อาณาจักรล้านช้าง

และมีวิวัฒนาการรูปลักษณ์กลายเป็น

ก.ไก่ ธรรมอีสาน

อักษรธรรมอีสานนี้ เป็นที่นิยมใช้กัน

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22-24 นอกจากนี้

ก.ไก่ สายพันธุ์มอญโบราณ

ยังน่าจะเป็นต้นแบบให้กับ

ก.ไก่ พม่า

ซึ่งเป็นชุดอักษร

ของประเทศเพื่อนบ้านเราอีกด้วย

Collections
สายพันธุ์
“ขอมโบราณ”

ก.ไก่ สายพันธุ์นี้มีความสำคัญเพราะเป็นที่มาของ ก.ไก่ ไทยปัจจุบัน แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องผ่านกาลเวลาเปลี่ยนแปลงรูปร่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงจะกลายมาเป็นรูป ก.ไก่ ไทยปัจจุบัน ก่อนหน้านั้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-19 ได้เกิดอาณาจักรชื่อว่า

“ขอมสมัยพระนคร”

ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่บริเวณประเทศกัมพูชา

มีหลักฐานว่า ในช่วงที่

พระเจ้าสูรยวรมันที่ 1

เป็นกษัตริย์ของอาณาจักร พระองค์ทรงขยายอำนาจการปกครองดินแดนเข้ามาในประเทศไทยบางส่วน นั่นคือในเขตภาคอีสานตอนล่าง ครอบคลุมไปถึงดินแดนในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณจังหวัดลพบุรี

ในขณะนั้นเอง อารยธรรมของขอมสมัยพระนครได้บ่มเพาะ ก.ไก่ หลังปัลลวะ จนเกิดวิวัฒนาการแตกสายพันธุ์ออกมาเป็น

ก.ไก่ สายพันธุ์ขอมโบราณ

ถึงแม้จะก่อให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ แต่

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-17 รูปร่างลักษณะของ ก.ไก่ สายพันธุ์ของโบราณ ก็ยังใกล้เคียงกับ ก.ไก่ หลังปัลลวะ ต้องรอจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ที่ ก.ไก่ ขอมโบราณ จึงได้เปลี่ยนแปลงรูปร่างให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของตัวเอง

ต่อมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 เมื่อกลุ่มชาติพันธุ์ไท ได้สถาปนา

อาณาจักรสุโขทัย

ขึ้นมามีอำนาจเหนือ

อาณาจักรขอมพระนคร

ที่ค่อยๆ เสื่อมอำนาจลง แต่อารยธรรมและวัฒนธรรมก็ยังคงตกค้างอยู่ในดินแดนอาณาจักรสุโขทัย โดยเฉพาะอักษรขอมโบราณที่ผู้คนในอาณาจักรสุโขทัยยังนิยมใช้จารึกเรื่องราวในกลุ่มของตนเอง ในตอนแรกนั้น มีการใช้อักษรขอมโบราณเพื่อเขียนภาษาบาลี นั่นก็เพราะอักษรขอมมีอักขรวิธีที่เอื้อต่อการเขียนภาษาบาลี ต่อมาในยุคหลัง จึงมีการปรับใช้ให้อักษรขอมโบราณสามารถใช้เขียนภาษาไทยได้ด้วย เหตุนี้เอง ก.ไก่ ขอมโบราณ จึงเกิดวิวัฒนาการขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อได้มาอยู่ในสังคมวัฒนธรรมของชาวสุโขทัย กลายเป็นเอกลักษณ์

อาณาจักขอมยุคเมืองพระนคร มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองยโศธรปุระหรือเมืองพระนคร เจริญรุ่งเรืองมากในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-20 แผ่ขยายอำนาจไปที่ราบลุ่มเขมรมาจนถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

อาณาจักรสุโขทัย
Collections

เฉพาะตัวที่เรียกว่า

ก.ไก่ ขอมสุโขทัย

จนกระทั่งถึงช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 19

อาณาจักรอยุธยา

ได้ถือกำเนิดขึ้นในดินแดนบริเวณลุ่มแม่น้ำ

เจ้าพระยาตอนล่าง และได้รับเอา ก.ไก่ ขอมสุโขทัย ไปเลี้ยงดูฟูมฟักจนกลายเป็น

ก.ไก่ ขอมอยุธยา

จากหลักฐานประเภทจารึกสมัยอยุธยาที่พบ

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า วัสดุที่นำมาทำจารึกในสมัยอยุธยานั้น ได้เปลี่ยนจากหินที่มีลักษณะแข็ง หนา และหนัก มาเป็นแผ่นโลหะบางเบา เช่น แผ่นเงิน แผ่นทอง หรือ แผ่นดีบุก ดังนั้นรูปร่างของอักษรขอมอยุธยาจึงแตกต่างไปจากอักษรขอมสุโขทัย ด้วยวัสดุที่ถูกเขียนเปลี่ยนไป

มีการใช้อักษรขอมอยุธยาเขียนภาษาบาลีต่อกันมาเรื่อยๆ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และแล้ว ก.ไก่ ขอมอยุธยา ก็ได้เดินทางมาจนถึง

วิวัฒนาการครั้งสุดท้ายกลายเป็น

ก.ไก่ ขอมรัตนโกสินทร์

ที่ใช้กันอยู่ถึงช่วงรัชกาลที่ 5 เมื่อมีระบบพิมพ์เข้ามา ประกอบกับความพยายามที่จะใช้อักษรไทยเขียนภาษาบาลีแทนอักษรขอมไทย จึงทำให้อักษรขอมไทยค่อยๆ เลือนหายไปจากงานวรรณกรรมไทย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคนบางกลุ่มที่ยังเรียนและใช้อักษรขอมไทยนี้อยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในวงพระสงฆ์ และผู้ที่สนใจศึกษาพระไตรปิฎกภาษาบาลี รวมไปถึงผู้ศึกษาเกี่ยวกับการเขียนยันต์และคาถาต่าง ๆ

footer
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
กองบรรณาธิการ

ดอกรัก พยัคศรี
ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล
ธันวดี สุขประเสริฐ
นิสา เชยกลิ่น

ปณิตา สระวาสี
ยุวดี ศรีห้วยยอด

ออกแบบและจัดทำเว็บไซต์
บริษัท โรนินโปรดักชั่น จำกัด